ในชีวิตประจำวัน ผิวของเราถูกรายล้อมไปด้วย "ปัจจัยทำร้ายผิวจากสิ่งแวดล้อม" (Environmental Aggressors / Stressors) ที่ส่งผลเสียต่อผิวทั้งในร่มและกลางแจ้ง เช่น การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน ความชื้นในอากาศลดลงและส่งผลให้ผิวขาดน้ำ แม้ปัญหาในร่มเหล่านี้จะแก้ได้ง่ายๆ ด้วยการใช้เครื่องทำความชื้นและทาสกินแคร์บำรุง แต่ในความเป็นจริง ยังมีมลภาวะและปัจจัยภายนอกอีกมากมายที่เราหลีกเลี่ยงหรือควบคุมไม่ได้
ปัจจัยทำร้ายผิวจากสิ่งแวดล้อม มีอะไรบ้าง?
เมื่อพูดถึงปัจจัยที่ทำร้ายผิว "แสงแดด" มักจะเป็นสิ่งแรกที่เรานึกถึง รังสียูวี (UV Rays) ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพผิว การทาครีมกันแดดแบบ Broad-spectrum เป็นประจำทุกวันจึงสำคัญมาก แต่ครีมกันแดดอย่างเดียวไม่สามารถปกป้องผิวได้ 100% เพราะครีมกันแดดช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UVA และ UVB ได้เพียง 55% เท่านั้น
นอกจากแสงแดดแล้ว ยังมีปัจจัยทำร้ายผิวอื่นๆ อีก เช่น โอโซนระดับพื้นดิน (เกิดจากแสงแดดทำปฏิกิริยากับสารเคมีในอากาศ) และ มลภาวะ (ควันไอเสียรถยนต์, มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม, ควันบุหรี่) ผิวหนังคือด่านแรกของร่างกายที่ต้องรับมือกับมลภาวะเหล่านี้ และยิ่งคุณภาพอากาศแย่ลงเท่าไหร่ โอกาสที่ผิวจะถูกทำร้ายก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น
"อนุมูลอิสระ" จากมลภาวะ ทำร้ายผิวของเราอย่างไร?
จุดร่วมที่เหมือนกันของปัจจัยทำร้ายผิวเหล่านี้คือ มันทำให้เกิด "อนุมูลอิสระ" คือโมเลกุลที่ไม่เสถียร ซึ่งมันจะไป "แย่งชิง" อิเล็กตรอนจากโมเลกุลที่อยู่ข้างเคียง กระบวนการนี้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเซลล์ผิว และจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป การทำลายล้างของอนุมูลอิสระสามารถเข้าไปทำลายลึกถึงระดับ DNA ของเซลล์ ซึ่งเป็นผลเสียที่สะสมอยู่ในผิวของเรา
ผลกระทบเมื่อผิวสัมผัสกับอนุมูลอิสระเป็นเวลานาน
- ผิวแก่ก่อนวัย คอลลาเจนถูกทำลาย ผิวสูญเสียความอิ่มฟู ความกระชับ และเกิดริ้วรอย
- สีผิวไม่สม่ำเสมอ เกิดจุดด่างดำและความหมองคล้ำ
- ปัญหาสิว อนุมูลอิสระทำให้เกิดการออกซิเดชันของน้ำมันบนผิว ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ช่วยปกป้องผิวได้อย่างไร?
การเผชิญกับอนุมูลอิสระจะทำให้เกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติลดลง การเติม วิตามินซี (Vitamin C) ลงบนผิวเป็นประจำทุกวัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพผิวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
สารต้านอนุมูลอิสระที่ถูกคิดค้นมาอย่างดี จะทำหน้าที่ให้อิเล็กตรอนของตัวเองให้กับอนุมูลอิสระที่ไม่เสถียร ทำให้มันสงบลงและหยุดกระบวนการทำลายล้างที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย โดยส่วนผสมหลักที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดคือ L-ascorbic acid (วิตามินซีบริสุทธิ์)
รับมือมลภาวะด้วย เซรั่มแอนตี้ออกซิแดนท์ จาก SkinCeuticals
เซรั่มวิตามินซีของ SkinCeuticals ทุกสูตร ใช้ L-ascorbic acid ในความเข้มข้นและค่า pH ที่เหมาะสมที่สุดในการดูดซึมเข้าสู่ผิว โดยมีสูตรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกสภาพผิว ดังนี้
เมื่อใช้ร่วมกัน เซรั่มวิตามินซีเฉพาะที่ต้านอนุมูลอิสระ และครีมกันแดดแบบครอบคลุม สเปกตรัมกว้าง ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลด ผลกระทบที่เป็นอันตรายของอนุมูลอิสระและ ปกป้องผิวจาก ปัจจัยรุกรานจากสิ่งแวดล้อม และ ป้องกัน การเกิดริ้วรอยก่อนวัย ริ้วรอยเล็กๆ รอยย่น และ การเปลี่ยนสีผิว ที่เกิดจาก ปัจจัยภายนอก
C E Ferulic Vitamin C Serum
C E Ferulic (เหมาะสำหรับ: ผิวแห้ง และมีริ้วรอย)
เซรั่มที่ผสมผสานวิตามินซีบริสุทธิ์ 15% วิตามินอี และเฟอรูลิก แอซิด ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้น ริ้วรอยลึก และความหย่อนคล้อย งานวิจัยพบว่าสูตรนี้ช่วยลดสัญญาณความเสียหายจากรังสียูวี โอโซน และมลภาวะ1
Phloretin CF 30ml
Phloretin CF (เหมาะสำหรับ: ผู้มีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอและจุดด่างดำ)
ผสานวิตามินซีบริสุทธิ์ 10% ฟลอเรติน และเฟอรูลิก แอซิด ช่วยปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อม พร้อมปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น
1Ferrara F, et al: Additive effect of combined pollutants to UV induced skin damage. Evaluating the protective topical application of a cosmeceutical mixture formulation. Redox Biology. 34, 101481 (2020)




